Website-BeeBrand-12072016-infomation

01 logo Facebook72 02 logo YouTube72 03 logo Instagram72 04 logo GooglePlus72 05 logo Line72

Website BeeBrand 01082016 RGB edit13

“ข้าวแช่ชาววัง” หอมเย็น ชื่นใจ คลายร้อน

ข้าวแช่ชาววัง หอมเย็น ชื่นใจ คลายร้อน

พอหน้าร้อนทีไรก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่ร้อนอบอ้าว แสงแดดจัด ๆ แบบนี้ต้องหาของกินคลายร้อนสักหน่อย ถ้าพูดถึงอาหารที่ช่วยดับร้อนแล้ว ก็ทำให้นึกถึงเมนู “ข้าวแช่” เลยใช่ไหมล่ะคะ หลายคนก็อาจจะเคยทาน หรืออาจจะยังไม่เคยทาน ผึ้งก็เลยอยากนำเรื่องราวความเป็นมาของ “ข้าวแช่” อร่อยคลายร้อนสุดชื่นใจมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

จริง ๆ แล้ว ข้าวแช่เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากชาวมอญ เรียกว่า เปิงด้าจก์ แปลว่า ข้าวน้ำ โดยในวันที่ 13 เมษายนของทุกปีหรือวันมหาสงกรานต์ จะต้องจัดข้าวแช่ครบชุดไปถวายพระและถวายแด่เทพีสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเมื่อชาวมอญอพยพเข้ามายังประเทศไทย ประเพณีข้าวแช่ในวันสงกรานต์จึงติดตามมายังประเทศไทยด้วย ทำให้ชาวไทยเริ่มรู้จักข้าวแช่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่คนไทยเรานิยมกินข้าวแช่ในฤดูร้อน โดยเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเพื่อคลายร้อน ไม่ได้กินเฉพาะวันสงกรานต์เท่านั้น

ข้าวแช่ที่เราคุ้นเคยกันดี ก็คือ ข้าวแช่เสวย อาหารชาววังที่ถูกจัดถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ก็ทรงโปรดเมนูข้าวแช่เสวยมาก แต่ในช่วงนั้นข้าวแช่ยังเป็นอาหารชาววังที่ชาวบ้านยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ไม่นานนัก “ข้าวแช่” ก็ได้ออกสู่ตลาด จึงทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบันค่ะ (ข้อมูลจาก kapook)

ข้าวแช่ จะเป็นข้าวสวยหุงสุกแช่ในน้ำลอยดอกไม้หอมหวานแสนชื่นใจ เครื่องเคียงก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว อย่างลูกกะปิ หอมแดงยัดไส้ พริกหยวกสอดไส้ ปลายี่สนหรือปลาช่อนผัดหวาน เนื้อหรือหมู ฝอย ผักกาดเค็มผัด และผักสด ทุกอย่างรวมเป็นสุดยอดของอร่อยที่ต้องมีในข้าวแช่ค่ะ

ผึ้งก็ไม่รอช้า กลัวว่าเพื่อน ๆ จะไม่ได้กิน เลยนำสูตร “ข้าวแช่” (สูตรจาก Viteetam สามารถทำกินได้ 8 คน) มาให้ได้ทำตามกัน ไปลุยกันเลย!

1. นํ้าดอกไม้สด
ส่วนผสม
ดอกมะลิ 2 ดอก, ดอกกระดังงาสีเหลือง 2 ดอก, กุหลาบมอญ 1 ดอก, ดอกชำมะนาด 5 ดอก, เทียนอบ 1 เล่ม

วิธีลอย ควรเริ่มลอยนํ้าดอกไม้สดเวลาประมาณ 18.00-19.00 น.

  1. จุดเทียนอบให้ไฟลุกทั่วแล้วดับเทียนใส่ในขวดโหล หรือภาชนะที่จะลอยน้ำ ปิดฝาให้แน่น พักไว้
  2. บีบกระเปาะของดอกกระดังงาให้หลุด แล้วฉีกกลีบละ 3-4 ชิ้น เด็ดกลีบเลี้ยงของดอกมะลิ แล้วพักไว้
  3. นำเทียนอบออกจากโหล เทนํ้าสะอาดลงในโหล หลังจากนั้นจึงใส่กระดังงา มะลิ ชำมะนาด และกุหลาบมอญ ใช้
    เฉพาะดอก วางสลับกันเป็นระยะ โดยมีช่องว่างบ้าง จึงปิดฝาโหลทิ้งไว้ 1 คืน
  4. กรองน้ำลอยดอกไม้สดให้สะอาด แล้วนำมาใส่ในข้าวแช่


2. การหุงข้าว

ส่วนผสม
ข้าวสาร 1 ส่วน และนํ้าสะอาด 6 ส่วน

วิธีทำ

  1. ซาวข้าวสารให้สะอาด ใส่นํ้าตามส่วน ตั้งไฟ คอยคนอย่าให้ไหม้ พอเดือดขนาดเช็ดนํ้าได้ ยกลง รินน้ำทิ้งให้หมด
  2. ล้างข้าวด้วยนํ้าเย็นหลาย ๆ ครั้ง ล้างไปจนกว่าข้าวจะเย็น
  3. ใส่นํ้าในลังถึง ตั้งไฟจนเดือด ปูผ้าขาวบางลง บนลังถึง เทข้าวที่ล้างแล้วลงไป และเกลี่ยให้กระจายทั่ว นึ่งประมาณ 10 นาที หรือดูจนข้าวสุก แต่เม็ดไม่บาน ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น เวลาจะกินให้ใส่นํ้าลอยดอกไม้สดที่แช่เย็นไว้แล้ว


3. กะปิทอด

ส่วนผสม
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, ปลาดุกย่าง 1 ตัว, ปลาฉลาดย่าง 2 ตัว, กระชาย 7 ราก, ตะไคร้ 2 ต้น, ข่า 5 แว่น, ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา, รากผักชี 1 ช้อนชา, หอมเล็ก 9 หัว, กระเทียม 10 กลีบ, ไข่เป็ด 3 ฟอง, นํ้าตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ, นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ, แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกเครื่องน้ำพริกแกงให้ละเอียด จึงใส่กะปิลง โขลกด้วย และแกะเนื้อปลาย่างทั้ง 2 ชนิด ใส่ลงในนํ้าพริก โขลกจนละเอียดให้เข้ากัน
  2. คั้นกะทิใส่นํ้าน้อย ๆ ให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วย และหาง 1 ถ้วย เคี่ยวส่วนหัวจนแตกมัน
  3. ผัดน้ำพริกแกงให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา นํ้าตาล ผัดไฟอ่อนต่อไปจนแห้ง ยกลงและทิ้งไว้ให้เย็น
  4. ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เล็กให้เท่ากัน เวลาจะชุบไข่ทอด จึงกดให้แบนเล็กน้อย
  5. ต่อยไข่พอแตก ใส่แป้งลงไปตามส่วน คนให้เข้ากัน นำกะปิที่ปั้นไว้ชุบไข่ทอดในนํ้ามันพอเหลืองตักขึ้น ซับด้วยกระดาษให้น้ำมันแห้ง พักไว้

 

4. หอมสอดไส้
ส่วนผสม
หอมแดงเลือกหัวใหญ่เท่ากัน 20 หัว, ปลาช่อนนึ่งแกะเอาแต่เนื้อ 1 ตัว, รากผักชี กระเทียม พริกไทย (โขลกรวมกัน) 1 ช้อนโต๊ะ, หัวกะทิคั้นด้วยนํ้าปูนใส 1 ถ้วยตวง, แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งสาลี 1 ถ้วยตวง, เกลือป่น 1 ช้อนชา, ไข่เป็ด 1 ฟอง, น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 1-2 ช้อนชา และนํ้ามันพืช 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกหอมแล้วคว้านไส้กลางออก สับส่วนที่คว้านออกให้ละเอียด
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลก ลงผัดจนหอม ใส่หอมสับ เนื้อปลา น้ำ หัวกะทินิดหน่อย ปรุงรสด้วยนํ้าปลา เกลือป่น ชิมรส พักไว้ให้เย็นจึงค่อยตักใส่ลงในหอมที่คว้านไว้จนแน่นและเต็ม
  3. นวดแป้งกับหัวกะทิเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ ใส่กะทิทีละช้อน จนเป็นเนื้อเดียวกัน และข้นขนาดนมข้น ใส่ไข่จนละลายเข้ากันดี นวดเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. เทนํ้ามันลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน หยิบหอมชุบแป้งทอดจนเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้


5. พริกหยวกสอดไส้

ส่วนผสม
พริกหยวก 15 เม็ด, เนื้อหมูสับละเอียด 1/2 กก., กุ้งนางสับละเอียด 10 ตัว, กระเทียมพริกไทยโขลกรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่เป็ด 5 ฟอง, น้ำปลา 1 1/2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และน้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. เคล้าหมู กุ้ง ด้วยเครื่องที่โขลกไว้ ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ต่อยไข่ใส่ 1 ฟอง นำไปทอดจนสุก
  2. นำส่วนผสมข้อ 1 บรรจุลงในพริกหยวกที่คว้านไส้ออก นึ่งในลังถึง น้ำเดือด 5 นาที พอเย็นบีบนํ้าออกให้หมด
  3. ตอกไข่ตีพอแตก ใช้มือชุบไข่แล้วโรยขวางยาวไปมา ในกระทะที่ใส่น้ำมันพอลื่นและใช้ไฟอ่อน สุกแล้วลอกออกเป็นชั้น ๆ เย็นแล้วหยิบพริกหยวกวางริมไข่ แล้วม้วนไข่ห่อพริกให้รอบ ทำไปจนหมด พักไว้

6. หัวผักกาดเค็มผัด
ล้างหัวผักกาดเค็มให้สะอาด แล้วหั่นฝอย ผัดกับไข่ ใส่น้ำตาลทรายให้ออกรสหวาน

7. ปลาช่อนแห้งผัด
นึ่งปลาช่อนเค็มพอสุก แล้วฉีกให้เป็นฝอย นำนํ้ามันใส่กระทะให้ร้อน ใส่ปลาลงทอดให้กรอบ ใส่น้ำตาลลงผัดให้มีรสหวาน

8.เนื้อหวานฝอย และหมูหวานฝอย
ใช้เนื้อส่วนสะโพกแล่เป็นชิ้นบาง หมักกับสมุนไพรแล้วนำไปย่างจนสุก ฉีกเป็นเส้นฝอย นำไปทอดกับน้ำตาลจนได้รสหวานกลมกล่อม

ทำเสร็จแล้วก็มาบอกผึ้งด้วยนะว่า อร่อย หอม ชื่นใจ คลายร้อน ฟินขนาดไหน ! และผึ้งก็ขอฝากวิธีกินข้าวแช่ให้อร่อย ทิ้งท้ายไว้สักนิดนะคะ “ให้กินเครื่องเคียงก่อน แล้วตักข้าวเข้าปากตาม ค่อยๆ กินทีละคำให้รู้ทั้งรสของกับและกลิ่นของข้าว” แล้วเราก็จะได้สัมผัสกับความอร่อยของข้าวแช่อย่างเต็มที่เลยค่ะ

 

กรอบอร่อยได้คุณค่า “ผึ้ง” แบรนด์ของคนรุ่นใหม่

Cooking by Bee
ภาพประกอบจาก manager

 

 

 

 

กลุ่มปาล์มธรรมชาติ

ผู้บุกเบิกสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับตลาดน้ำมันปาล์มของไทยในระดับภูมิภาค และระดับโลก ที่มุ่งมั่นยกระดับตลาดน้ำมันปาล์มในประเทศด้วยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาพัฒนากระบวนการผลิต โดยคำนึงถึงการรักษาสมดุลธรรมชาติให้กับโลก ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและคงคุณค่าทางโภชนาการจากธรรมชาติสูงสุดให้กับลูกค้าทั้งกลุ่มธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป

COOKING

Sharing

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail